ภาพยนตร์ Adore (2013) รักต้องห้าม เสน่หาเกินห้ามใจ

Adore (2013) Movie

Adore (2013) รักต้องห้าม เสน่หาเกินห้ามใจ เรื่องย่อ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ออสเตรเลียเพื่อนสมัยเด็ก Roz (Robin Wright) และ Lil ihdmovie (Naomi Watts) และครอบครัวของพวกเขาอาศัยอยู่ข้างๆกัน ทอมลูกชายของโรซ (เจมส์เฟรนเชวิลล์) และเอียนลูกชายของลิล (ไซเวอร์ซามูเอล) ซึ่งทั้งคู่อายุ 18 ปีเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดและทั้งสี่คนก็ใช้เวลาร่วมกัน แฮโรลด์ (เบนเมนเดลโซห์น) สามีของโรซได้รับการเสนองานในซิดนีย์และไปที่นั่นเพื่อเตรียมการแม้ว่ารอซจะไม่ต้องการย้าย คืนนั้นเอียนจูบรอซและแม้ว่าเธอจะลังเล แต่ทั้งสองคนก็มีเซ็กส์กัน ทอมเป็นพยานว่ารอซออกมาจากห้องของเอียน ทอมสับสนและโกรธพยายามหลอกล่อลิลที่ผลักเขาออกไปและบอกเธอว่าเขาเห็นอะไร คืนนั้นเขาอยู่ที่บ้านของลิลอีกครั้งและพวกเขาก็มีเซ็กส์กัน โรซไปทำงานของลิลและพวกเขาคุยกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของพวกเขา พวกเขายอมรับว่าทั้งคู่ข้ามเส้นกันและมันจะไม่เกิดขึ้นอีก พวกเขาคบกับเด็กชายทั้งสองและบอกว่าสิ่งต่างๆต้องจบลง เอียนยังคงมีความรู้สึกต่อโรซและในที่สุดพวกเขาก็ต่ออายุความสัมพันธ์ จากนั้นพวกเขาก็ได้เรียนรู้ว่าลิลและทอมไม่เคยหยุดนอนด้วยกัน ทั้งโรซและลิลยอมรับว่าพวกเขามีความสุขและตกลงที่จะดำเนินต่อไป เมื่อแฮโรลด์กลับมาโรซบอกเขาว่าทั้งเธอและทอมไม่สามารถย้ายไปซิดนีย์กับเขาได้ สองปีต่อมา รอซและแฮโรลด์หย่าขาดจากกันและรอซกับลิลยังคงดำเนินเรื่องลับๆ ตอนนี้เอียนทำงานกับแม่ของเขาใน บริษัท สร้างเรือยอทช์ที่ประสบความสำเร็จส่วนทอมกำลังเรียนละครเวที แฮโรลด์เชิญทอมมาที่ซิดนีย์เพื่อกำกับละครเรื่องหนึ่งและทอมยอมรับว่าอยู่กับแฮโรลด์และครอบครัวใหม่ของเขา ขณะอยู่ในซิดนีย์เขาดูหนังได้พบกับแมรี่ (เจสสิก้าโทวีย์) ซึ่งกำลังคัดเลือกบทนำ ทั้งสองเริ่มความสัมพันธ์และลิลยอมรับอย่างไม่เต็มใจว่าเขาได้เดินหน้าต่อไป รอซและเอียนยังคงอยู่ด้วยกันแม้ว่ารอซจะรู้ดีว่าเขาจะไม่ติดใจเธออีกต่อไป ในที่สุดแม่ก็ยอมยุติเรื่องของพวกเขากับเด็กชาย เอียนไม่พอใจและพายุออกมา ไม่นานทอมแต่งงานกับแมรี่ เอียนพบกับหญิงสาวในงานแต่งงานฮันนาห์ (โซฟีโลว์) และตัดสินใจที่จะมีเซ็กส์กับเธอเพื่อกลับไปหาโรซ คืนนั้นเขามาที่ประตูของโรซและขอร้องให้ปล่อยเข้าไป … Read more

การกำเนิดของประเทศ

เขาบรรลุความสำเร็จในสิ่งที่ไร้คนรู้จักผู้อื่นบรรลุความสำเร็จ สำหรับในการดูผลงานของเขาก็อย่างกับการเป็นพยานสำหรับการเริ่มของท่วงทำนองหรือการใช้คันบังคับหรือวงล้ออย่างมีสติสัมปชัญญะเป็นครั้งแรก การเกิดขึ้นการติดต่อประสานงานแล้วก็ความแหลมคมชัดหนแรกของภาษา การกำเนิดของศิลป์: และก็ใส่ใจว่านี่เป็นผลงานทั้งผองของเพศชายผู้เดียว คำกล่าวพวกนี้ของJames Ageeเกี่ยวกับ DW Griffith เกือบเป็นคำนิยามที่ผู้กำกับหนังทุกคนเคยได้รับจากนักวิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์เยี่ยมที่สุด ในทางตรงกันข้ามแอนดรูว์ซาร์ริสนักวิภาควิจารณ์ที่เป็นที่รู้จักไม่แพ้กันเขียนถึงผลงานชิ้นโบแดงของกริฟฟิ ธ ว่า “คลาสสิกหรือเปล่า” เกิดชาติ “ยอดเยี่ยมในความคับอกคับใจของทุนเล่าเรียนภาพยนตร์ซึ่งไม่สามารถที่จะปล่อยปละละเลยได้ … ถูกเห็นว่าเป็นการดูถูกเชื้อชาติอย่างเหี้ยมหาญถึงแม้ในขณะที่การเหยียดสีผิวเกือบจะไม่เป็นคำกล่าวในครอบครัวก็ตาม “นี่เป็นคำกล่าวอีกสองข้อเกี่ยวกับภาพยนตร์หัวข้อนี้: ihdmovie“มันราวกับการเขียนประวัติศาสตร์ด้วย Lightning แล้วก็อย่างเดียวที่ฉันเศร้าใจซึ่งมันเกิดเรื่องจริงอย่างมาก” – ผู้นำวูดโรว์วิลสันถูกป้ายความผิดว่าภายหลังจากมองเห็นมันสำหรับเพื่อการคัดเลือกกรองของทำเนียบขาว คำกล่าวจะถูกชูมาบนจอที่จุดกำเนิดของภาพพิมพ์ส่วนมากของภาพยนตร์“… ผู้นำไม่รู้จักถึงรูปแบบของการเล่นก่อนการพรีเซนเทชั่นรวมทั้งในเวลาอันสั้นก็ได้แสดงความเห็นถูกใจของเขา” – จดหมายจาก JM Tumulty ผู้ช่วยของผู้นำวิลสันถึง NAACP สาขาบอสตัน ซึ่งต่อต้านต้านมิจฉาชีพหน้าดำของภาพยนตร์หัวข้อนี้และก็คูคลักซ์แคลนลานเนอร์สผู้กล้าหาญชาญชัยดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดรู้ที่มาของคำบอกเล่าของ Wilson ซึ่งอ้างถึงในทุกการเสวนาของภาพยนตร์หัวข้อนี้ ไม่ใช่ลิเลียนกิชสุดที่รักซึ่ง “ภาพยนตร์มิสเตอร์กริฟฟิ ธ รวมทั้งฉัน” เป็นบันทึกความจำที่น่ารักน่าเอ็นดูรวมทั้งมีตาใสๆของเพศชายที่คุณมักเรียกว่า “มิสเตอร์” รวมทั้งรักอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ Richard Schickel ซึ่ง “DW Griffith: An American Life” เป็นอัตประวัติที่สุดยอด แน่ๆว่าคำบอกเล่านั้นคล้ายกับข้อคิดเห็นที่มีชื่อของ Coleridge เกี่ยวกับการแสดงของ Edmund Kean (“ราวกับการอ่าน Shakespeare ด้วยแสงสว่างแฟลช”)ฉันทายใจว่าวิลสันบอกอะไรแบบงี้เป็นการส่วนตัวรวมทั้งพบว่าควรจะไม่ยอมรับเมื่อบรรณาธิการข้างดีขึ้นจู่โจมภาพยนตร์หัวข้อนี้ แน่ๆว่า “เกิดชาติ” (1915) เสนอความท้าสำหรับผู้ชมยุคสมัยใหม่ ไม่คุ้นเคยกับภาพยนตร์ใบ้และไม่พึงพอใจประวัติศาสตร์ภาพยนตร์พวกเขาพบว่ามันผิดตาและไม่ตรงกับรสนิยมของพวกเขา คนกลุ่มนี้มีพัฒนาการมากพอที่จะรู้เรื่องสิ่งที่พวกเขากำลังมองหาพบว่าฉากในตอนต้นและก็ตอนการสู้รบนั้นดี แม้กระนั้นการประจบสอพลอในระยะหลังการทำศึกรวมทั้งฉากการผลิตใหม่ซึ่งเป็นการเหยียดสีผิวในลักษณะของการแสดงละครเพลงเก่าหรือหนังสือการ์ตูนที่ชั่วช้าถูกชูให้เป็นภาพยนตร์อเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนกระทั่งทศวรรษ 1960 เรื่อง ” Birth ” ยังคงได้รับการชมเชยว่าทรงอิทธิพลประหลาดและก็มีความหมายทางประวัติศาสตร์ใช่ – แต่ว่าจะเห็นจริงหรือ แม้ว่าจะมีการเปิดตัวการกู้ยืมคืนดีวีดีที่สุดยอดจาก Kino แม้กระนั้นก็ยังมิได้มอง ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจได้มองเห็น “การปฏิเสธ” (1916) ของกริฟฟิ ธ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นการใช้ภายหลังจากการคัดค้านต้านทาน “การเกิด” มันบอกอะไรบางสิ่งเกี่ยวกับภาวะจิตใจที่ขัดแย้งกันของฉันเองที่ฉันรวม ” Broken Blossoms ” (1919) ของกริฟฟิ ธ เอาไว้ภายในคอลเลกชั่น Great Movies เรื่องแรก แม้กระนั้นขณะนี้มาถึง “Birth of a Nation” เพียงแค่นั้น ฉันกำลังเลี่ยงมันแต่ว่ามันเป็นความจริงที่หลบหลีกมิได้ของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อเมริกันและก็จำเป็นต้องได้รับการจัดการด้วยเหตุนั้นขอย้อนกลับไปใช้คำกล่าวที่ต่างจาก James Agee: “ช็อตเดียวที่งามที่สุดที่ฉันเคยได้เห็นในรูปภาพยนตร์ทุกเรื่องเป็นรายจ่ายสำหรับเพื่อการต่อสู้ใน ‘The Birth ของประเทศ ‘ ฉันได้ยินมาว่ามันสรรเสริญในเรื่องความสมจริงสมจัง แม้กระนั้นมันก็ยังไกลเกินความเหมือนจริงสำหรับฉันแล้วดูท่าฉันจะตระหนักถึงความฝันโดยรวมว่าสงครามกลางเมืองเป็นเยี่ยงไร … “ฉันพึ่งจะมองรายจ่ายสำหรับการต่อสู้อีกรอบเมื่อเร็วๆนี้จะต้องทนกับความซีดเผือดของมหากาพย์สงครามกลางเมืองทางเดินเรื่อง ” Gods and Generals ” แล้วก็ฉันเห็นด้วยกับ Agee กริฟฟิ ธ แสดงให้ผู้ผลิตภาพยนตร์และก็ผู้ชมภาพยนตร์ทุกคนที่ติดตามเขาว่าภาพยนตร์หัวข้อนี้เป็นอย่างไรและก็ภาพยนตร์ประเด็นนี้จะเป็นยังไง การบรรลุผลนี้เกิดขึ้นในรูปภาพยนตร์ที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเชื้อชาติโดยไม่น่าฉงนใจ ในตอนที่ประเทศหนึ่งสามารถไม่แก่งแย่งกันระบบประชาธิปไตยกับระบบข้าทาสได้อเมริกาก็เลยมีรอยเปื้อนในจิตวิญญาณ เพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของพวกเราพวกเราจะต้องเริ่มด้วยความไม่ถูกกันที่บรรพบุรุษผู้จัดตั้งมั่นใจว่ามนุษย์ทุกคน (นอกจากคนดำ) ถูกทำขึ้นมาเสมอภาคกริฟฟิ ธ บางครั้งอาจจะไม่มีทางสูญเสียสถานที่ของเขาในวิหารแพนธีออน แม้กระนั้นจะมีฉากต่อๆมาของ“ เกิดชาติ” อยู่ตลอด มันเป็นบทเรียนประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิงที่จะใส่ใจว่าภาพยนตร์หัวข้อนี้เป็นที่นิยมเยอะที่สุดตรงเวลายาวนานหลายปีที่เคยมีการให้ความเห็นที่เป็นที่ยอมรับอย่างมากมาย มิสกิชเปิดเผยให้มองเห็นมากยิ่งกว่าที่คุณจะรู้สึกตัวเมื่อคุณอ้างคำตอบของพ่อของกริฟฟิ ธ ต่อข้อกล่าวหาที่ว่าเขาต้านนิโกร“ การพูดอย่างนั้นก็ดังการพูดว่าฉันต้านทานเด็กเสมือนพวกเขาเป็นลูกของพวกเราซึ่งพวกเรารักแล้วก็หวังดีมาตลอดชีพ .”กริฟฟิ ธ รวมทั้ง “เกิดชาติ” ไม่มีผู้ใดรู้แจ้งมากยิ่งกว่าอเมริกาที่ผลิตพวกมัน ภาพยนตร์ประเด็นนี้บ่งบอกถึงถึงการเหยียดสีผิวของคนประเทศอเมริกาผิวขาวในปีพ. ศาสตราจารย์ 2458 โดยไม่รู้จักว่าเขาเป็นเชื้อชาติใดเลย ที่น่าสนใจ. คนดำเข้าใจนั้นมานานแล้วและก็ได้มองเห็นความเจ็บอีกรอบทุกวี่วัน แต่ว่า “การกำเนิดของชาติ” ชี้ให้เห็นในมุมมองที่แจ่มแจ้งรวมทั้งจุดสำคัญของภาพยนตร์รวมทั้งความกระจ่างแจ้งของการแสดงตัวอย่าง มันเป็นกระจกที่ระยะเวลาที่น่าสลดใจเป็นคุณประโยชน์อย่างหนึ่งของมันเพื่อทำความเข้าใจ “เกิดชาติ” อันดับแรกพวกเราจำต้องรู้เรื่องไม่เหมือนกันระหว่างสิ่งที่พวกเราเอามาสู่ภาพยนตร์แล้วก็สิ่งที่ภาพยนตร์หัวข้อนี้เอามาสู่พวกเรา ผู้ชมภาพยนตร์แท้จริงจังทุกคนควรต้องมาถึงจุดที่พวกเขาเห็นภาพยนตร์หัวข้อนี้ไม่เร็วก็ช้าไม่ใช่เพื่อสิ่งที่พวกเขารู้สึก “เกิดชาติ” ไม่ใช่หนังต่ำช้าเนื่องจากหาเรื่องชั่วช้า เหมือนกันกับ“ The Triumph of the Will” ของ Riefenstahl เป็นภาพยนตร์เรื่องเลิศที่คัดค้านถึงความป่าเถื่อน เพื่อทำความเข้าใจว่ามันคืออะไรก็คือการเรียนมากไม่น้อยเลยทีเดียวเกี่ยวกับภาพยนตร์และก็ถึงแม้ว่าจะบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับความชั่วแต่ว่าเป็นได้ที่จะแยกรายละเอียดออกจากงานความสามารถ? Garry Wills ตั้งข้อคิดเห็นว่าภาพยนตร์ของ Griffith “นำมาซึ่งการก่อให้เกิดปริศนาเดียวกันกับที่ภาพยนตร์ของ Leni Riefenstahl ทำหรือบทกลอนของ Ezra Pound แม้ศิลป์ควรจะให้บริการความสวยแล้วก็ข้อเท็จจริงงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่จะอยู่ในอุดมการณ์ที่ความชังได้เช่นไร”ข้อสมมติที่สำคัญในที่นี้เป็นศิลป์ควรจะให้บริการความสวยสดงดงามและก็ความเป็นจริง ฉันต้องการจะมีความรู้สึกว่ามันจะต้องเป็น แต่ว่ามีศิลป์ที่ไม่ปฏิบัติภารกิจรวมทั้งยังให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธรรมชาติมนุษย์ช่วยทำให้พวกเรารู้เรื่องความดีความชอบและก็ความชั่ว ในกรณีนี้ “การกำเนิดของชาติ” เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การพินิจพิเคราะห์ถ้าเกิดเป็นเพียงแค่ข้อพิสูจน์ที่หลบหลีกมิได้ที่มันทำมากยิ่งกว่างานศิลปะอื่นๆสำหรับในการสร้างละครแล้วก็สนับสนุนทัศนคติที่แบ่งผิวในอเมริกา (ผลงานร่วมยุคที่ใช้คำชี้แจงต้านทานการดูถูกผิวที่มีประโยชน์เยอะที่สุดเป็น“ กระต๊อบของคุณลุงทอม” และก็“ Huckleberry … Read more

การ์ตูนตลก สี่ล้อซิ่ง ชิงบัลลังก์แชมป์ (Cars 3)

Cars 3

สี่ล้อซิ่ง ชิงบัลลังก์แชมป์ (Cars 3) บทวิเคราะห์“ Cars ” รวมทั้ง“ Cars 2 ” เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปจากปกติในกรุ๊ปสินค้าภาพยนตร์เรื่องตามที่เป็นที่นิยมและก็เป็นมิตรกับครอบครัวของพิกซาร์: ต้นฉบับสร้างรายได้แม้ว่าจะมีบทวิเคราะห์ที่ไม่ดีแล้วก็ภาคต่อก็สร้างโชคอีกทีแม้ว่าจะมีบทวิเคราะห์ที่ห่วยแตกกว่าก็ตาม การแบ่งประเภทของ ” เรือบิน ” ซึ่งมิได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของ Carsoverse ที่ขยายออกไป แต่ว่าได้รับการเปิดเผยแพร่โดย Disney ซึ่งเป็น บริษัท แม่ของ Pixar เป็นที่นิยมอย่างยิ่งจากคนตรวจสอบ แต่ว่ามันก็สร้างของขวัญจำนวนมากให้ Pixar ได้สร้าง ภาคต่อ“ Planes: Fire & Rescue,” หนึ่งปีถัดมา. และไม่มีจุดใดในไทม์ไลน์ของภาพยนตร์เกี่ยวกับยานยนต์มนุษย์ Pixar ซึ่งเป็น บริษัท ที่มีความมานะบากบั่นอย่างยิ่งสำหรับการหว่านล้อมให้พวกเรามั่นใจว่าไม่เคยทำสิ่งต่างๆเพียงแต่เพื่อเงินดูเหมือนกับว่าจะนอนไม่หลับกับความหวังที่พวกเรารู้สึกว่าโน่นเป็นสิ่งที่แน่ๆ เพราะอะไรพวกเขาถึงสร้างหนัง “Cars” แล้วก็ “Planes” เยอะขึ้นihdmovie ดูเถิดนี่เป็น“ Cars 3” อสูรกายของแฟรงเกนสไตน์หน้ายิ้มซึ่งประกอบไปด้วยเศษองค์ประกอบที่ชูมาจากภาพยนตร์กีฬาอื่นๆทุกเรื่องที่มีอยู่ บทภาพยนตร์ฉีกเค้าเรื่องหลักของภาพการแข่งรถของทอมอาจารย์ซเรื่อง Days of Thunder (ถึงแม้ว่าผู้แสดงรถแข่งที่เกื้อหนุนจะมีชื่อว่า“ คุณครูซ” อย่างชาญฉลาด) และก็ประสานกับส่วนของ“ Rocky III” ซึ่งเป็น แชมป์ไปอย่างนุ่มนวลรวมทั้งต้องหาขอบของเขาอีกรอบ “ Rocky IV” ซึ่งผู้ท้าแข่งจำเป็นต้องฝึกซ้อมในป่าไซบีเรียที่เต็มไปด้วยหิมะเพื่อต่อสู้กับผู้ท้าแข่งที่อาศัยสเตียรอยด์รวมทั้งเครื่องแฟนซีและก็“ Creed” ซึ่งแชมป์ใส่ใจดีว่าการส่งต่อความคิดไปยังคนรุ่นต่อไปสามารถสร้างความพอใจได้อย่างกับการได้มาเมื่อคุณยังเด็ก มีอยู่ในระดับของพล็อตและก็คุณสมบัติเฉพาะไม่ใช่ส่วนประกอบหลักเดียวในรูปภาพยนตร์ประเด็นนี้ที่คุณไม่เคยมองเห็นจากที่อื่นมาก่อนอาจเป็นในรูปภาพยนตร์เรื่อง“ Cars” หรือ“ Planes” แม้ว่าจะปราศจากความฯลฯฉบับรวมทั้งการเล่าเรื่องที่ไม่มีสาระแล้วก็การผลิตโลก แต่ว่าก็เป็นที่น่าพึงพอใจในแนวทางที่พิศดารซึ่งมีเพียงแค่ภาพยนตร์ “Cars” แค่นั้นซึ่งสามารถทำเป็น Lightning McQueen ( Owen Wilson ) รถแข่งระดับแชมป์อยู่ในอันดับหนึ่งมานานกระทั่งไม่ทันสังเกตว่าเขามิได้รับน้องเลย เขาได้รับการท้าจากแชมป์เปี้ยนตาขาวที่แกล้งแจ็คสันสตอร์ม (อาร์มีแฮมเมอร์ ) รถยนต์สุดไฮเทคที่วิ่งได้ 200 ไมล์ต่อชั่วโมงโดยไม่พังทลาย – ดีที่รถยนต์ไม่ขับเหงื่อ แม้กระนั้นคุณจะเข้าจิตใจ ภายหลังความแพ้พ่ายอย่างสั้นๆยยับโดยสตอร์ม Lightning ปลดปล่อยให้สเตอร์ลิง ( ทุ่งนาธานฟิลเลียน ) ผู้สนับสนุนของเขาเสวนากับเขาสำหรับเพื่อการฝึกฝนในสถานที่เลียนแบบการแข่งรถที่สลับซับซ้อนภายใต้โค้ชรุ่นน้องคุณครูซราไม่เรซ (คริสเตลาอทดลองโซ) ซึ่งชี้แจงอย่างตื่นเต้น แม้กระนั้นไม่มีความนึกคิดว่าเขาเป็น “แผนการอาวุโสของฉัน” เมื่อ Lighting ขัดออกตรงนั้นเช่นเดียวกันสเตอร์ลิงก็บอกเขาว่าเขาพอใจใช้ Lightning ที่เกษียณอายุเป็นหลักสำหรับในการเป็นคนเขวี้ยงสำหรับฝาปิดโคลน Rust-eze สิ่งนี้ทำให้อดีตกาลแชมป์หวนไปสู่รากของเขาในเสียงตะเบ็งในบ้านนอกซึ่งด็อคฮัดสันที่ปรึกษาผู้วายชนม์ของเขา ( พอลนิวแมนสวมบทเป็น“ ตัวเขาเอง” ผ่านการประลองและก็คนชอบเลียนแบบคนที่ใครๆก็รู้จัก) ได้ทำความเข้าใจความสามารถรวมทั้งกลวิธีต่างๆที่เขาถ่ายทอดให้กับ Lightning รวมทั้งตรงนี้เองที่ “Rocky IV” นำท่อนหัวที่มีเนื้อของมันมาประกอบกับภาพตัดต่อที่เปรียบได้ดั่งสายฟ้ารวมทั้งคุณครูซที่ขับขี่รถผ่านป่าแล้วก็บริเวณทางลูกรังกับภาพการฝึกหัดสตอร์มในสถานที่ในร่มที่ดูราวกับว่าสถานที่ที่คนร้ายบอนด์บางทีอาจจัดงานวันคริสต์มาส งานเลี้ยง. ไม่ใช่สปอยล์ที่จะกล่าวว่าภาพยนตร์หัวข้อนี้จบลงอย่างสุขสบาย แต่ว่าด้วยเครดิตสำหรับความนึกคิดโบราณทั้งผองมันมิได้ให้ตอนสุดท้ายที่พวกเราคาดหมาย ความเกี่ยวเนื่องของ Doc-Lightning รวมทั้ง Lightning-Cruz เสนอแนะให้ส่งคบไฟและก็“ Cars 3” เจอวิธีที่เยี่ยมสำหรับในการมอบสิ่งนั้นให้กับพวกเราพร้อมทั้งหัวข้อย่อยของการเพิ่มสมรรถนะของเพศหญิงรวมทั้งความเชื่อถืออย่างจริงใจในแนวความคิดที่ว่าสิทธิพิเศษต่างๆยอมหรือปรับแก้ถ้าเกิดสังคมแม้ว่าจะมีรถยนต์เป็นศูนย์กลางก็ยังปรับปรุงไปเรื่อยดูหนังออนไลน์ฟรี ถึงแม้ว่าภาพยนตร์หัวข้อนี้จะคุ้มครองป้องกันการพนันไว้ตรงนี้เสมือนว่ามันเพียรพยายามหลบหลีกการคว่ำบาตรที่นำโดยเพศชายจำพวกต่างๆที่ซื้อตั๋วสำหรับเพื่อการฉายภาพยนตร์เรื่อง“ Wonder Woman ” สำหรับเพศหญิงเพียงแค่นั้นแล้วก็มีความรู้สึกว่าพวกเขากำลังทำลายสิทธิประชากร รวมทั้งความนึกคิดของจักรวาลรถยนต์เพศที่ต่อสู้กับการขวางกั้นทางเพศนั้นไม่สามารถที่จะรวมกันได้เนื่องด้วยภาพยนตร์ประเด็นนี้ส่วนมากเต้นไปบริเวณข้อความสำคัญโดยไม่ต้องสะสมเส้นประสาทหรือสับเพื่อจัดแจงกับมันอย่างเหมาะควร (เมื่อ Lightning ลดหน้าที่ของคุณครูซในฐานะ“ ผู้ฝึก” แทนที่จะเป็น“ นักแข่งรถ” ดูท่าเขาอุตสาหะจะเอารถยนต์เพศหญิงเข้ามาแทนที่คุณแล้วก็เมื่อสตอร์มล้อเลียนคุณครูซคำดูถูกของเขาก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดเพศชายเนิร์ดที่เย้ยหยันสตรีโดยไม่สนใจ เป็นแฟน “ตัวจริง” ของสิ่งที่ทั้งสองรู้สึกชื่นชอบ) แนวความคิด เรื่องเพศภาวะรถยนต์แล้วก็ปัญหาด้านการเลือกปฏิบัติไม่ใช่สิ่งที่ซีรีส์เคยจัดแจงมาก่อน ในลักษณะเดียวกันความหมายของระบบวรรณะรถยนต์ซึ่งคุณเกิดขึ้นมาในตัวถังยานยนต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วก็ระบุชีวิตที่เหลือของคุณไม่ว่าจะนานเพียงใด แน่ๆว่านี่เป็นซีรีส์ที่รถยนต์สามารถมีรถยนต์เด็กได้รวมทั้งมีแมลงในรถยนต์ (หรือรถยนต์แมลง?) และก็ในรูปภาพยนตร์เรื่องลำดับที่สองมีเรือบินที่มีชีวิตซึ่งคงจะขนส่งรถยนต์ในระยะทางไกลในร่างกายของพวกเขา รวมทั้งรถไถนาในรูปภาพยนตร์พวกนี้มีรหัสว่า “วัวควาย” ซึ่งฉันทายใจว่ารถยนต์คันอื่นรับประทานไป ภาพการ์ตูนล้อเลียนในต่างจังหวัดทางตอนใต้ (รถยนต์พวกนี้หลายคันมีฟันที่ไม่ดี!) บ่งถึงไม่เหมือนกันทางภูมิศาสตร์ระหว่างอเมริกาเหนือและก็ใต้ในโลกของพวกเราก็เป็นจริงด้วยเหมือนกันซึ่งในทางตรงกันข้ามบางทีอาจเป็นมีสงครามกลางเมืองที่ทำให้รถชนกันรวมทั้ง บุตรหลานของพวกเขายังคงโต้เถียงว่าการรบเกี่ยวกับการเป็นขี้ข้าหรือสิทธิของเมือง (สำหรับพงเมอร์เกี่ยวกับปัญหาพวกนี้โปรดมองเนื้อหานี้โดย Matt Singer ปโตเลมีที่การเรียนเรื่อง“ Cars”; คุณสามารถติดตามผลงานชิ้นนี้ที่เสนอแนะว่า“ Cars 3” เป็นการเข้าฌานโดยตระหนักถึงตัวเองเกี่ยวกับความหวาดกลัวที่จะแก่เฒ่าและไม่เกี่ยวโยงของตน)ดูหนังออนไลน์ ในฐานะที่เป็นตัวอย่างของการผลิตภาพยนตร์เชิงการค้าเชิงจินตนาการภาพยนตร์ “Cars” มีตั้งแม้กระนั้นปานกลางไปจนกระทั่งน่าประทับใจ ภาพทัศนียภาพเป็นภาพที่เชื่อได้อย่างสมจริงสมจังแอนิเมเตอร์ดำเนินงานปาฏิหาริย์เล็กๆทำให้รถยนต์ดูอย่างกับว่ามีชีวิตและก็แสดงออกได้รวมทั้งลำดับการปฏิบัติงานเป็นตัวอย่างที่น่าทึ่งสำหรับการส่งข้อมูลเยอะแยะอย่างเร็วโดยไม่ทำให้ผู้ชมงงเต็ก แต่ว่าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของการเล่าเรื่องภาพยนตร์ประเด็นนี้มีเส้นเขตแดนที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานของพิกซาร์สตูดิโอหายากที่ควบคุมทุกเฟรมของทุกโปรเจ็กต์ที่พวกเขาปลดปล่อยออกมา แล้วก็แม้กระนั้นก็มีความอัศจรรย์ในรูปภาพยนตร์พวกนี้ มันมิได้เกี่ยวเนื่องกับความเป็นสุดยอดของพวกเขามากสักเท่าไรนักเช่นเดียวกันภาพยนตร์ โน่นเกิดเรื่องที่น่าระอาสำหรับภาพยนตร์ แต่ว่าไม่เกี่ยวข้องกับคนที่กำลังมองหาภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องขำขันกว้างๆแอ็คชั่นที่บาดตาแล้วก็บทเรียนด้านศีลธรรมแบบกระป๋องที่จะทำให้เด็กๆว่างอยู่สองสามชั่วโมง สุดท้ายแล้วการสนทนาเกี่ยวกับช่องโหว่เชิงตรรกะขนาดพระจันทร์ในจักรวาล“ Cars” นั้นสนุกสนานกว่าการดูภาพยนตร์เรื่อง“ Cars” ฉันไม่รู้จักว่าตกลงหรือไม่ แม้กระนั้นเป็นบางสิ่งบางอย่าง อย่างยอดเยี่ยมที่สุดภาพยนตร์กลุ่มนี้ได้ความรู้สึกของการเล่นที่ไม่ใส่ใจแล้วก็เฮฮาซึ่งทำให้พวกเรารู้สึกไม่ดีเมื่อพวกเรายังเด็ก เวลาที่ฉันยังเป็นเด็กฉันเคยทำให้รถยนต์ Hot Wheels ของฉันต่อสู้กันโดยใช้ล้อหน้าเป็นหมัด บางโอกาส Pixar บางทีอาจใช้ฉากอย่างงั้นใน“ Cars 4”